ธุรกิจของคุณต้องการแอปมือถือ เว็บแอป หรือ PWA?
ไม่ใช่ทุกโปรเจกต์ที่ต้องเริ่มจากแอปบนสโตร์ บางครั้งเว็บแอปหรือ PWA (เว็บแอปที่ติดตั้งบนหน้าจอโฮมได้) ตอบโจทย์ได้เร็วกว่า และในไทย การให้ลูกค้าใช้งานผ่าน LINE ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เราช่วยคุณเลือกตั้งแต่ขั้นวางขอบเขต ก่อนเริ่มลงทุน
| ทางเลือก | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| แอป iOS และ Android | ลูกค้าที่ใช้งานบ่อย พนักงานภาคสนาม สมาชิก | การแจ้งเตือนเต็มรูปแบบ กล้อง GPS โหมดออฟไลน์ อยู่บนหน้าจอลูกค้า | ต้องผ่านการตรวจของสโตร์ และอัปเดตตามข้อกำหนดของ Apple และ Google |
| เว็บแอป | ระบบหลังบ้าน พอร์ทัลลูกค้า แดชบอร์ด | เปิดได้ทุกอุปกรณ์ อัปเดตทันที ไม่ต้องติดตั้ง | เข้าถึงฟีเจอร์ของมือถือได้น้อยกว่า |
| PWA | เวอร์ชันแรกที่ต้องการเปิดตัวเร็ว | ติดตั้งบนหน้าจอโฮมได้ ใช้โค้ดชุดเดียว | บน iPhone การแจ้งเตือนทำได้ตั้งแต่ iOS 16.4 และเฉพาะเมื่อผู้ใช้เพิ่มแอปลงหน้าจอโฮมแล้ว |
| เว็บแอปที่เปิดใน LINE | ธุรกิจที่ลูกค้าคุยผ่าน LINE อยู่แล้ว เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร บัตรสมาชิก | ลูกค้าไม่ต้องติดตั้งแอปใหม่ เปิดจากแชทหรือเมนูของ LINE Official Account ได้ | ขึ้นกับฟีเจอร์และนโยบายของแพลตฟอร์ม LINE |
สำหรับแอปบนสโตร์ เรามักใช้ Expo (React Native) หรือ Flutter ซึ่งใช้โค้ดชุดเดียวสำหรับทั้ง iOS และ Android และเขียนแบบเนทีฟ เช่น Kotlin เมื่อโปรเจกต์ต้องการ ส่วนระบบหลังบ้านใช้ Node.js หรือ Python กับ PostgreSQL หรือ Firebase ตามขนาดและลักษณะงาน
แอปธุรกิจในประเทศไทยมักต้องมีฟีเจอร์อะไรบ้าง?
หกเรื่องที่เราคุยกันตั้งแต่ต้น เพราะส่งผลต่อการออกแบบ ระยะเวลา และการผ่านการตรวจของสโตร์
-
การชำระเงินที่ถูกกติกา
แอปรับ PromptPay และบัตรได้ผ่าน Stripe หรือ Opn Payments (Omise) แต่ต้องทำตามกฎของ App Store สินค้าหรือบริการที่ใช้นอกแอป เช่น อาหาร การจอง หรือการซ่อมบำรุง ต้องใช้ช่องทางชำระเงินอื่นที่ไม่ใช่การซื้อภายในแอป เช่น PromptPay หรือบัตร (ข้อ 3.1.3(e)) ส่วนเนื้อหาดิจิทัลที่ใช้ในแอปต้องใช้การซื้อภายในแอปของ Apple (ข้อ 3.1.1)
-
การแจ้งเตือนที่มีประโยชน์
แจ้งสถานะคำสั่งซื้อ นัดหมาย หรืองานใหม่ของพนักงาน ด้วยข้อความที่ผู้ใช้อยากได้รับจริง และหากลูกค้าอยู่บน LINE อยู่แล้ว ก็ส่งผ่าน LINE Official Account ด้วย LINE Messaging API ได้
-
เข้าสู่ระบบง่าย
อีเมล เบอร์โทรศัพท์ หรือเข้าสู่ระบบด้วย LINE ผู้ใช้คนไทยจำนวนมากคุ้นเคยกับการใช้บัญชี LINE อยู่แล้ว ลดขั้นตอนการสมัครที่ทำให้ผู้ใช้เลิกกลางทาง
-
ทำงานได้แม้สัญญาณไม่ดี
พนักงานขายหรือช่างภาคสนาม บนเกาะหรือในอาคารที่สัญญาณอ่อน ยังบันทึกข้อมูลได้ และแอปซิงก์ให้เองเมื่อกลับมาออนไลน์
-
หลายผู้ใช้และระบบหลังบ้าน
สิทธิ์ตามบทบาท หลายสาขาหรือหลายบริษัท แดชบอร์ดสำหรับผู้บริหาร และ API ที่แอป เว็บไซต์ และระบบอื่นใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน
-
ภาษาไทยและ PDPA
ข้อความในแอปเป็นภาษาไทยและอังกฤษ ฟอนต์ที่อ่านภาษาไทยได้ชัด การขอความยินยอมก่อนเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และช่องทางให้ผู้ใช้ลบบัญชีของตนได้
เผยแพร่แอปบน App Store และ Google Play ต้องรู้อะไรบ้าง?
เราดูแลการเผยแพร่ทั้งหมด ตั้งแต่หน้าแอปบนสโตร์ ภาพหน้าจอ ข้อมูลความเป็นส่วนตัว จนถึงการส่งตรวจ แต่บัญชีนักพัฒนาควรเปิดในชื่อธุรกิจของคุณ เพื่อให้แอปเป็นของคุณจริง ค่าธรรมเนียมด้านล่างเป็นของ Apple และ Google ไม่ใช่ค่าบริการของเรา
| หัวข้อ | App Store (Apple) | Google Play |
|---|---|---|
| บัญชีนักพัฒนา | Apple Developer Program 99 USD ต่อปี หรือเทียบเท่าในสกุลเงินท้องถิ่น | Google Play Console ค่าลงทะเบียนครั้งเดียว 25 USD |
| การตรวจก่อนเผยแพร่ | ทุกเวอร์ชันผ่านการตรวจตาม App Review Guidelines | ตรวจตามนโยบายของ Google Play |
| ข้อกำหนดทางเทคนิค | ปรับตาม iOS และเครื่องมือของ Apple รุ่นใหม่ | ตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2569 แอปใหม่และการอัปเดตต้องกำหนด API เป้าหมายเป็น Android 16 (API 36) ขยายเวลาได้ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 |
| การชำระเงิน | เนื้อหาดิจิทัลในแอปใช้การซื้อภายในแอป สินค้าและบริการที่ใช้นอกแอปใช้ช่องทางอื่น เช่น PromptPay หรือบัตร | ตรวจนโยบายการชำระเงินของ Google Play ตอนวางขอบเขต |
ควรรู้: ข้อกำหนดของสโตร์เปลี่ยนเป็นประจำ แอปที่ไม่อัปเดตอาจถูกซ่อนจากผู้ใช้ใหม่บน Android รุ่นใหม่ เราติดตามให้ในขั้นดูแลระบบ แหล่งข้อมูล: App Review Guidelines และ ข้อกำหนด API เป้าหมายของ Google Play
พัฒนาแอปกับ Jingi Agency มีขั้นตอนอย่างไร?
แอปไม่ควรสร้างครั้งเดียวจบแล้วหวังว่าจะใช้ได้ เราสร้างทีละขั้น ให้คุณได้ใช้เวอร์ชันแรกเร็ว แล้วปรับจากการใช้งานจริง
-
วางขอบเขต
คุยฟรีเรื่องผู้ใช้ ปัญหาที่แอปต้องแก้ และระบบที่ต้องเชื่อม เลือกระหว่างแอป เว็บแอป หรือ PWA คุณได้ขอบเขตเวอร์ชันแรก แผนงาน และใบเสนอราคาที่แน่นอน
-
ออกแบบ
เส้นทางของผู้ใช้ ม็อกอัปที่กดลองได้ และสถาปัตยกรรมของระบบ อนุมัติร่วมกันก่อนเริ่มเขียนโค้ด
-
พัฒนา
ส่งมอบเป็นรอบสั้น ๆ คุณทดลองแอปบนมือถือของคุณเองผ่านเวอร์ชันทดสอบ เช่น TestFlight บน iPhone และการทดสอบภายในบน Google Play
-
เปิดใช้งาน
เตรียมหน้าแอปบนสโตร์ ส่งตรวจ ติดตั้งระบบหลังบ้าน ย้ายข้อมูลเดิม และอบรมทีมของคุณ
-
เติบโต
ติดตามการใช้งาน แก้ไขปัญหา อัปเดตตามข้อกำหนดใหม่ของ Apple และ Google และเพิ่มฟีเจอร์ตามลำดับความสำคัญ
ทำไมต้องให้ Jingi Agency พัฒนาแอปของคุณ?
เราไม่ได้พูดถึงการเผยแพร่แอปจากทฤษฎี ทีมของเราออกแบบ พัฒนา และดูแลแอปที่อยู่บนสโตร์จริง
-
Madata บน App Store และ Google Play
Madata ระบบ ERP สำหรับ SME ในแอฟริกาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ครอบคลุมการขาย สต็อก บัญชี เงินเดือน ระบบขายหน้าร้าน และ CRM เป็น SaaS หลายบริษัท มีแอป iOS และ Android และรับชำระผ่าน Mobile Money ดาวน์โหลดได้ที่ App Store (เปิดแท็บใหม่) และ Google Play (เปิดแท็บใหม่) อ่าน กรณีศึกษา Madata (ภาษาฝรั่งเศส)
-
AI ที่ต่อยอดจากแอป
Mia ผู้ช่วย AI ของ Madata อ่านและอัปเดตยอดขาย บัญชี และสต็อก และตอบได้ใน ChatGPT, Claude, Gemini และ Mistral ผ่านเซิร์ฟเวอร์ MCP แอปของคุณจึงเพิ่มผู้ช่วย AI ได้ในอนาคตโดยไม่ต้องเปลี่ยนทีม อ่าน กรณีศึกษา Mia (ภาษาฝรั่งเศส)
-
ระบบที่ต้องทำงานตลอดเวลา
งานล่าสุดของเรา (ไม่เปิดเผยชื่อลูกค้า) รวมถึงแพลตฟอร์มหลายลูกค้าที่อัปเดตได้โดยไม่หยุดระบบและมีการเฝ้าดูพื้นที่ลูกค้าหลายสิบแห่งแบบเรียลไทม์ และพอร์ทัลลูกค้าพร้อมใบเสนอราคาออนไลน์ ระบบเก็บเงินหลายบริษัท และ SMS อัตโนมัติ
-
คุณเป็นเจ้าของแอป
ซอร์สโค้ด บัญชีนักพัฒนา ระบบหลังบ้าน ข้อมูล และเอกสารเป็นของคุณ ดูแลโดย Félix de La Boissière (ภาษาฝรั่งเศส) ผู้ก่อตั้ง Jingi Agency และผู้สร้าง Madata ผู้ติดต่อคนเดียวตั้งแต่ม็อกอัปจนถึงการอัปเดตบนสโตร์
แอปมักต้องมาคู่กับเว็บไซต์ ดู รับทำเว็บไซต์ กรุงเทพฯ หรือ รับทำเว็บไซต์ ภูเก็ต สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำแอปพลิเคชัน
พัฒนาแอปพลิเคชันใช้เวลานานแค่ไหน?
ขึ้นกับจำนวนหน้าจอ ฟีเจอร์ และระบบที่ต้องเชื่อม Jingi Agency สร้างแอปทีละขั้น โดยเริ่มจากเวอร์ชันแรกที่มีเฉพาะฟีเจอร์สำคัญและใช้งานได้จริงอย่างรวดเร็ว แล้วค่อยเพิ่มฟีเจอร์จากการใช้งานจริง ควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจของ App Store และ Google Play ด้วย ตารางเวลาที่แน่นอนกำหนดร่วมกันตอนวางขอบเขต
ค่าทำแอปพลิเคชันขึ้นกับอะไร?
ราคาขึ้นกับจำนวนหน้าจอ ฟีเจอร์อย่างการชำระเงิน การแจ้งเตือน และโหมดออฟไลน์ ระบบหลังบ้าน และระบบที่ต้องเชื่อม หลังคุยวางขอบเขตครั้งแรกฟรี Jingi Agency ส่งใบเสนอราคาที่แน่นอนแยกตามขั้นตอน ค่าบัญชีนักพัฒนาของ Apple 99 USD ต่อปี และ Google Play 25 USD ครั้งเดียว จ่ายให้สโตร์โดยตรงและแยกจากใบเสนอราคา
ควรทำแอปแยก iOS กับ Android หรือใช้โค้ดชุดเดียว?
สำหรับแอปธุรกิจส่วนใหญ่ โค้ดชุดเดียวด้วย Expo (React Native) หรือ Flutter ให้แอปทั้ง iOS และ Android ที่ทำงานได้ดี ดูแลง่ายกว่า และอัปเดตพร้อมกันทั้งสองระบบ การเขียนแบบเนทีฟแยกแต่ละระบบเหมาะเมื่อแอปต้องใช้ฟีเจอร์ของอุปกรณ์อย่างลึก Jingi Agency แนะนำตามความต้องการจริงของแอปคุณ
รับชำระเงินด้วย PromptPay ในแอปได้ไหม?
ได้ สำหรับสินค้าหรือบริการที่ใช้นอกแอป เช่น อาหาร การจอง หรือบริการถึงบ้าน แอปรับ PromptPay และบัตรได้ผ่าน Stripe หรือ Opn Payments (Omise) ตามข้อ 3.1.3(e) ของ App Store ส่วนเนื้อหาหรือฟีเจอร์ดิจิทัลที่ใช้ในแอปต้องใช้การซื้อภายในแอปของ Apple ตามข้อ 3.1.1 Jingi Agency ตรวจกติกานี้ตั้งแต่ขั้นวางขอบเขต
แอปเชื่อมกับ LINE ได้ไหม?
ได้หลายแบบ ผู้ใช้เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี LINE ได้ แอปส่งการแจ้งเตือนผ่าน LINE Official Account ด้วย LINE Messaging API ได้ และบางโปรเจกต์ทำเป็นเว็บแอปที่เปิดใน LINE โดยไม่ต้องติดตั้งแอปใหม่ Jingi Agency เชื่อม LINE ผ่าน API แบบเดียวกับที่เชื่อม WhatsApp และช่วยเลือกแบบที่เหมาะกับลูกค้าของคุณ
ใครเป็นเจ้าของแอปและบัญชีบนสโตร์?
คุณเป็นเจ้าของ บัญชีนักพัฒนาของ Apple และ Google ควรเปิดในชื่อธุรกิจของคุณ โดย Jingi Agency ได้รับสิทธิ์เข้าไปเผยแพร่และดูแลแอป ซอร์สโค้ด ระบบหลังบ้าน ข้อมูล และเอกสารถูกส่งมอบให้คุณ หากวันหนึ่งเปลี่ยนทีมดูแล คุณนำทุกอย่างไปต่อได้ทันที